วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2555

159. สร้อยประคำของฉัน

สร้อยประคำของฉัน

สร้อยประคำตามแนวคตินิยมของมหายาน (จากรูปสร้อยประคำเหล็กไหล)

ลูกประคำลูกใหญ่สุด, แม่ประคำ หรือ ยอดประคำ หมายถึง พระพุทธเจ้า
ลูกประคำทั้งหมด หมายถึง พระสงฆ์
สายสร้อยคำคำ หมายถึง พระธรรม

สร้อยประคำชั้นสูง ที่ผู้เขียนได้ครอบครองได้รับมอบจากพ่อแม่ครูบาอาจารย์ พบมีความแตกต่างจากแนวคิดคตินิยมของมหายาน คือ ลูกประคำทั้งหมดเป็น พระพุทธเจ้า

จำนวนลูกประคำที่ถูกต้อง 
ลูกประคำทั่วๆไปจะจากเรียกว่าสร้อยประคำ 108 ลูก แต่ของจริงหากนับจะนับได้ 110 ลูก

สร้อยประคำความเชื่อแต่โบราณมาเป็นของสูง ใช้เพื่อบำเพ็ญเพียรและเจริญภาวนา ไม่ใช่เพื่อเป็นเครื่องประดับ ไม่ควรเปลี่ยนบ่อยๆ     (เปลี่ยนได้ตามสมควร เช่นเก่าแล้วสายร้อยประคำขาด)

ควรจะมีสร้อยประคำเฉพาะตน ไม่ควรใช้ร่วมกับคนอื่น

สร้อยประคำที่พบเห็นทั่วๆไปทำจากวัสดุชนิดต่างๆ  ลูกประคำที่นำมาประกอบเป็นสายสร้อยส่วนใหญ่จะนำวัสดุที่เชื่อว่ามีฤทธิ์และ มีความศักดิ์สิทธิ์ของวัสดุประเภทนั้นๆนำำมาทำเป็นเม็ด(ลูก)ประคำ รวมไปถึงวัสดุที่ไม่มีฤทธิ์ เช่น พลาสติก และยังรวมไปถึงของทำเทียมอื่นๆอีกมาก

สร้อยประคำมีทั้งประเภทที่ผ่านพิธีอธิษฐานจิตปลุกเสกและไม่ได้ผ่านพิธีกรรมใดๆ

ประเภทของสร้อยประคำที่หาได้ยากยิ่ง ผู้มีบุญวาสนาเท่านั้นที่จะได้ครบครอง ในกระทู้นี้ผู้เขียนขอกล่าวถึงเฉพาะที่ผู้เขียนได้สัมผัสมาและได้นำมาบำเพ็ญ เพียรและเจริญภาวนา    เช่น

ประคำเหล็กไหลไพลดำ ที่อธิษฐานจิตโดยสมเด็จพุฒจารย์โต พรหมรังสี หรือ หลวงปู่โต วัดระฆัง เมื่อปี พ.ศ.2407 - พ.ศ. 2410

รูปที่ 1 ถึงรูปที่ 3   

สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ หลวงปู่โต วัดระฆัง

สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ
เม็ดประคำเหล็กไหลไพลดำ

ความพิศษของเหล็กไหลไพลดำที่เคยกล่าวไว้ใน
กระทู้.คลิก 1......ข้อมูลเกี่ยวกับเหล็กไหล สมเด็จโต
กระทู้ คลิก 2......ข้อมูลเกี่ยวกับเหล็กไหล สมเด็จโต
กระทู้ คลิก 3......ข้อมูลเกี่ยวกับเหล็กไหล สมเด็จโต
กระทู้ คลิก 4......ข้อมูลเกี่ยวกับเหล็กไหล สมเด็จโต

เหล็กไหลไพลดำของสมเด็จโต มี 2 ชนิด
1. ลูกประคำเหล็กไหล ชนิด ดูดติดกันคล้ายกับแม่เหล็ก
2. ลูกประคำเหล็กไหล ชนิด ดูดไม่ติด
         ที่ผู้เขียนพบ ลูกประคำหากเป็นขนาด 2  หุน เกือบทั้งหมดลูกประคำเหล็กไหลเป็นประเภทไม่มีแรงดูดติดกัน  แต่ขนาดลูกประคำ 2 1/2 หุน , 3 หุน และ 3 1/2 หุน ที่พบจะมีลักษณะคล้ายกับแม่เหล็กดูดติดกัน  ยิ่งเม็ดประคำยิ่งใหญ่ยิ่งมีแรงดูดติดกันยิ่งมาก

ผู้เขียนได้ถวายสร้อยประคำเหล็กไหลให้กับพ่อแม่ครูบาอาจารย์จำนวนหนึ่ง  ขณะที่ท่านรับท่านได้ชวนคุยแล้วถามให้ผู้เขียนเล่าให้ฟรี  เมื่อถึงจุดหรือเรื่องที่สำคัญท่านพูดขึ้นโดยมีสาระสำคัญ ขอกล่าวสรุปดังนี้

พ่อแม่ครูบาอาจารย์:  สร้อยประคำนี้ได้จากที่ไหน?
ผู้เขียน:....เล่าไป....เมื่อหยุดเล่า

พ่อแม่ครูบาอาจารย์: สมบัติกลับมาหาเจ้าของเดิม

พ่อแม่ครูบาอาจารย์: สร้อยประคำนี้แปลกดีนะ ดูดติดกัน

ผู้เขียน: เหล็กไหลจะมี 2 ชนิด  ปกติคนทั่วๆจะทราบแต่เพียงเหล็กไหลชนิดที่ดูดไม่ติด  แต่น้อยคนที่ทราบว่ายังมีอีกเหล็กไหลชนิดหนึ่งคล้ายกับแม่เหล็กดูดติดกันได้
พ่อแม่ครูบาอาจารย์: เป็นสร้อยประคำที่แปลกสามารถดูดทรัพย์ได้ด้วยนะ
คุยกับญาติธรรมท่านอื่น  สักครู่หันกลับมา กล่าวว่า
พ่อแม่ครูบาอาจารย์: สร้อยประคำนี้ใช้ๆไปจะเปลี่ยนเป็นสีทอง
ผู้เขียน: ขอกราบเรียนสอบถามว่า ใช้อย่างไรครับ  จึงจะเปลี่ยนเป็นสีทอง  พ่อแม่ครูบาอาจารย์ท่านไม่ตอบ  หันไปสนธนากับญาติธรรมท่านอื่น  สักครู่หันกลับมาถามว่า
พ่อแม่ครูบาอาจารย์: เธอต้องการอะไรในชาตินี้
ผู้เขียน:  นิพพานัง ปรมัง สุขัง 
พ่อแม่ครูบาอาจารย์: พูดสนทนากับญาติธรรมในห้อง  หันกลับมาถามผู้เขียน  สร้อยนี้เมื่อใช้แล้วรู้สึกยังไง
ผู้เขียน:  ได้เล่าถึงอาการที่สัมผัสได้ เช่น พลังพุทธคุณ  ที่วิ่งเข้ามาหาผู้เขียน  อาการคล้ายกับหนังตาหนักๆต้องการนอน  อาการที่สัมผัสถึงความเย็นตั้งแต่ศรีษะมาถึงปลายเท้า ฯลฯ

พ่อแม่ครูบาอาจารย์:  ฉันไม่เอาของเธอฟรีๆ
ผู้เขียน:....???...กำลัง งง

พ่อแม่ครูบาอาจารย์: ท่านพระครูฯ (กล่าวกับพระสงฆ์องค์หนึ่ง) ช่วยไปหยิบ สร้อยประคำเส้นที่วาง...หยิบมาให้ฉันหน่อย
พ่อแม่ครูบาอาจารย์: สร้อยประคำเส้นนี้ ประกอบด้วยเม็ดประคำ 3 ชนิด เม็ดประคำงาช้าง  เม็ดประคำขามโปรงฟ้า  เม็ดประคำพญางิ้วดำ
พ่อแม่ครูบาอาจารย์: มา (เรียกผู้เขียนให้เข้าไปรับสร้อยประคำเส้นดังกล่าว)

ผู้เขียนได้สนทนากับผู้ที่มีได้ตาที่ 3 สองท่าน ได้กล่าวเกี่ยวกับสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของปู่โตไว้ตรงกัน คือ ครั้งแรกที่ผู้เขียนส่งสร้อยประคำให้ ต่างวาระต่างเวลากัน  โดยที่ทั้งสองท่านจะกล่าวเหมือนกันว่า  ทำไมเห็นสร้อยประคำเป็นสีหลายๆสี ผู้เขียนกล่าวเป็น(ฉัพพรรณรังษี)

ผู้เขียนได้สอบถามว่า ณ เวลาที่ผู้เขียนมอบถวายสร้อยประคำให้พ่อแม่ครูบาอาจารย์  เห็นสร้อยประคำเป็นสีอะไร  ญาติธรรมทั้งสองต่างตอบเหมือนกันแต่คนละวาระคนละเวลาว่า  สร้อยประคำเป็นสีทอง (มีรัศมีประกายสีทอง)

รูปที่ 4  

สร้อยประคำ 3 ไตรภพ ครูบาอาจารย์มอบให้ผู้เขียน


รูปที่ 5  
สร้อยประคำ 3 ไตรภพ สีขาวทำจากงาช้าง

รูปที่ 6  

สร้อยประคำ 3 ไตรภพ ลูกประคำสีดำทำจากไม้พญางิ้วดำ  และลูกประคำออกสีน้ำตาลเข้มลายดำทำจากไม้มะขามโปรงฟ้า(ขามโปรงฟ้า)


เมื่อผู้เขียนได้รับมอบมาแล้วได้สวมไว้ที่คอ  ภายหลังมาทราบว่า
--- สร้อยประคำเส้นนี้ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง) อธิษฐานจิต
--- ผู้เขียนได้ให้น้องที่ได้ตาที่ 3 จับสร้อยประคำแล้วถามว่าเห็นอะไร  เธอกล่าวว่า "เห็นพระพุทธเจ้า"
--- พลังพุทธานุภาพของสร้อยประคำ 3 ไตรภพดังกล่าว มีพลังพุทธานุภาพไร้ขีดจำกัด
--- ผู้เขียนนำมาสวมใส่ภาวนา  จะมีอาการหนักศรีษะ(คล้ายๆมึนๆ) ประมาณ 5 วัน  อาการจึงจะเบาบาง  และทุกครั้งที่สวมใส่ห้อยคอ  จะสัมผัสถึงพลังการกดทับตลอดเวลา

ไม้มะขามโปร่งฟ้า
               เป็นไม้มะขามยืนต้นตายพราย ถือเป็นสิ่งสักสิทธิ์ ต้นมะขามโดยทั่วไปแล้ว ไม่ว่าลำต้น กิ่งก้านจะต้องไม่มีแก่นในตรงกลาง แต่หากว่าในต้นมะขามหนึ่งล้านต้น หรือมากกว่านั้นอาจจะมีสักต้นหนึ่งที่ลำต้น และกิ่งก้านมีแก่นใน ซึ่งเขาเรียกกันว่า แก่นมะขามบูรพาจารย์ท่านจัดให้อยู่ในจำพวกของทนสิทธิ์ชนิดหนึ่ง เป็นของดีวิเศษในตัวเองที่หาได้ยากยิ่ง หากต้นมะขามต้นใดที่มีแก่นกลายเป็นหินยิ่งวิเศษสุดยอดขึ้นไปอีก เพราะนั่นก็คือคด คดแก่นมะขามพลังอานุภาพจะแรงกล้าขึ้นเป็นทวีคูณ โดยเฉพาะถ้าต้น มะขามต้นนั้นเกิดถูกฟ้าผ่า แล้วยืนต้นตายพราย ถือว่าถูกต้องตรงตามตำรา สุดยอดมากเลยทีเดียว ผู้ใดได้ครอบครองจัดว่าเป็นผู้ที่มีวาสนาดี



ไม้งิ้วดำ (พญางิ้วดำ) และคดงิ้วดำ

               ต้นงิ้วดำเป็นต้นไม้ที่มีเทพธิดารักษา เกิดอยู่ในป่าลึก  โดยเฉพาะป่าที่มีอาถรรพ์เร้นลับยากที่มนุษย์จะเข้าไปถึงได้ง่ายๆ เนื้อไม้มีสีดำสนิทแข็งแร่งมาก โบราณจารย์เล่าว่าหลายร้อยปีทีเดียวจึงจะเกิดมีขึ้นสักต้นหนึ่ง จัดเป็นของทนสิทธิ์มหาวิเศษชิ้นดีชนิดหนึ่ง ซึ่งเมื่อถึงเวลาอันควรเทพาอารักษ์ที่ปกปักรักษาดูแล จะพลีต้นยืนตายพรายทิ้งไว้ รอผู้ที่มีบุญญาบารมีนำไปทำประโยชน์เพื่อพระศาสนาต่อไป

               ส่วนคดไม้งิ้วดำ  จะเกิดภายในลำต้น  ลักษณะเป็นก้อนสีดำ ดำอมน้ำตาล  มนรีเป็นมันแข็งแกร่งมากเป็นของวิเศษประเภทกายสิทธิ์ซ้อนกายสิทธิ์ที่หาได้ยากเหลือเกิน  เพราะขนาดไม้งิ้วดำของแท้ก็ว่าหายากแล้ว  ยิ่งเป็นคดด้วยแล้วจะทรงคุณเพิ่มขึ้นอีกเป็นทวีคูณทีเดียว  ผู้ใดได้ไว้ต้องถือว่าเป็นบุญวาสนาโดยแท้

               อนุภาพดีเด่นทางมหาอุด คงกระพัน แคล้วคลาด โชคลาภ เมตตามหานิยม ป้องกันคุณไสยมนต์ดำ เตือนภัย กันไฟ กันฟ้า บูรพาจารย์ท่านกล่าวว่าดี ครอบจักรวาล วิเศษดีนักแล...



งาช้าง
               ถือได้ว่าเป็นเครื่องประดับตกแต่งที่มีราคาสูง เป็นของสูง เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และยังมีสรรพคุณเป็นยา ปกปักษ์รักษา มีอำนาจบารมี  งาช้าง เป็นสัญลักษณ์ของความริสุทธ์และเป็นมงคล จึงมักจะนำงาช้างคู่ขนาดใหญ่มาประดับโต๊ะหมู่บูชาเพื่อพุทธบูชา

               งายังมีความหมายถึงพลังอำนาจเพิ่มขึ้นในตัวของผู้ที่ได้ครอบครองเป็นเจ้าของ ช่วยให้สามารถฟันฝ่าอุปสรรค และมีชัยเหนือศัตรู

               วิธีรับพลังจากงา สวมเครื่องประดับที่ทำจากงา หรือพกพางาแกะสลักในรูปของเครื่องราง

สร้อยประคำมีมากมายหลากหลายสำนัก  ทั้งที่ผ่านพิธีอธิษฐานจิต และไม่ได้ผ่านการอธิษฐานจิต  ชอบอย่างไร  แบบไหน  ท่านทราบหรือไม่  สร้อยประคำดังกล่าว มีพุทธานุภาพเรื่องใดบ้าง  มีความแรงแค่ไหน  ช่วยผู้สวมใส่เกี่ยวกับอะไรได้บ้าง   อย่างน้อยควรจะเป็นสร้อยประคำฯประเภทครอบจักรวาลหากมีไว้ติดตัวถือได้ว่า เป็นมงคลสำหรับท่านและครอบครัว
เช่น สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ ที่เจ้าพระคุณสมเด็จฯโต พรหมรังสีอธิษฐานจิตปลุกเศก

141. วิเคราะห์สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ ปูโต - เหล็กไหลสมัย ร.6

วิเคราะห์สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ ปูโต - เหล็กไหลสมัย ร.6

สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ ของหลวงปู่โต วัดระฆัง อธิษฐานจิต สร้างขึ้นใน พ.ศ.2407 และ พ.ศ.2408 ปีละ 3 วาระ รวม 6 วาระที่สร้างและอธิษฐานจิต

เหล็กไหลของสมเด็จพุฒจารย์โตอธิษฐานจิต มีอยู่มากมายที่แตกกรุออกมาจากวัดพระแก้วในปี 2524 ไม่มีใครรู้จัก  และไม่เชื่อว่าจะมีมากมายเฉพาะสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำมีเกินกว่านร้อยๆเส้น คนที่ครอบครองได้มาพยายามโหมทำการตลาดก็ไม่มีใครสนใจ เมื่อเก็บไว้นานวัน เก็บไว้เยอะมากไปหมด รวมไปถึงพระเครื่องอื่นๆอีกมากมาย  จวบจนกระทั่งผู้เขียนพบและทราบว่าเป็นเหล็กไหลไพลดำของปู่โตฯ  และญาติธรรมหลายๆท่านที่ได้ตรวจสอบแล้วว่าใช่จริง  ต่างแย่งกันเก็บสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของแท้  ทำให้เหล็กไหลของปู่โตที่แตกออกมาจากวัดพระแก้วทั้งหมดถูกระบายออกมาจนแทบจะ หมดจากตลาด  ของปลอมที่ไม่มีพลังใดๆเลยก็มี  ผู้ที่สามารถสัมผัสหรือตรวจสอบได้ต่างจ่ายเงินเก็บไว้  คิดว่าใช่เพราะมองแล้วเหมือนเหล็กไหลไพลดำของปูโต  ทั้งๆที่จริงได้เพียงแค่เหมือน แต่ไม่เหมือน  เพราะเป็นประคำเหล็กไหล ที่สร้างในยุคของ รัชกาลที่ 6 เมื่อ พ.ศ.2463 พลังพุทธานุภาพจะด้อยกว่าเหล็กไหลไพลดำของปู่โต   สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำที่สร้างในปี พ.ศ.2407 และ พ.ศ.2408 มี 3 ขนาด  แต่เหล็กไหลไพลดำที่สร้างสมัย ร.6 มีขนาดเล็กและสั้นกว่าสร้อยประคำไหลเหล็กปูโต



ผู้เขียนจึงได้ลงทุนซื้อของปลอมมาให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษา  เพื่อที่จะได้ไม่ถูกหลอกซื้อเก็บมา  เพราะเป็นแม่เหล็กที่เรียนแบบใช่โลหะธาตุกายสิทธิ์และไม่มีพลังพุทธานุภาพ ใดๆ

รูปที่ 1 
- สร้อยประคำฯ ซ้ายมือของที่สร้างสมัย ร.6
- สร้อยประคำฯ ขวามือของสมเด็จโต วัดระฆังของแท้ เป็นสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำที่ผู้เขียนห้อยฯประจำ

รูปที่ 2
- สร้อยประคำฯ ซ้ายมือสมัย ร.6 มีขนาด(เล็กกว่าเล็กน้อย)
- สร้อยประคำฯ ขวามือ(ปูโต วัดระฆัง )มีขนาดลูกประคำใหญ่กว่าเล็กน้อย ดูให้ดีๆ จะเห็นว่าไม่เท่ากัน 
การลงรักติดทอง
- สร้อยประคำฯ ซ้ายมือ(สร้างสมัย ร.6) รักที่ลงเป็นสีดำและติดทองคำเปลวทับอีกชั้นหนึ่ง
- สร้อยประคำฯ ขวามือ (ปูโตฯ สร้างสมัย ร.4) รักโบราณจะมีสีแดงเลือดหมู  เส้นนี้ผู้เขียนใส่มาได้ระยะหนึ่งทำให้รักสีเลือดหมูและทองคำเปลวสึกลดน้อยลงเมื่อเทียบกับเส้นซ้ายมือ

 รูปที่ 3 สร้อยประคำฯ สร้างสมัย ร.6 พ.ศ.2463  หน้าตาสังเกตุที่ภู่ห้อยจะมีปลายเส้นยาวๆ เป็นเส้นใหญ่ๆ ส่วนใหญ่จะมีหาง 2 เส้น  ที่มีหาง 4 เส้นดังรูปมีน้อยมาก

รูปที่ 4 ขยายให้เห็นชัดๆว่า สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำสร้างสมัย ร.6  ไม่ว่าจะเม็ดเล็กหรือเม็ดใหญ่  จะมีลักษณะดังรูป  ความสดใสของ(องค์)เม็ดเหล็กไหลจะหมองกว่า เม็ดประคำเหล็กไหลไพลของหลวงปูโต  ยกเว้นนำมาร้อยปนกันนานๆประคำเหล็กไหลสมัย ร.6 จะมีสีมันวาวเปลี่ยนเหมือนกับประคำเหล็กไหลที่ปู่โตอธิษฐานจิต

รูปที่ 5 ตัดเชือกที่ร้อยสร้อยประคำฯเหล็กไหลไพลดำสมัย ร.6 เพื่อให้เห็นกันชัดๆว่าเป็นอย่างไร?
- รักที่ลงไว้จะเป็นสีดำ  ของปูโตจะเป็นสีแดงเลือดหมู
- ขนาดเม็ดประคำจะใกล้เคียงกันทุกเม็ดแต่มีขนาดเม็ดเล็กกว่าสร้อยประคำของปู่โตที่สร้างสมัย ร.4
- รูของสร้อยประคำฯ สมัย ร.6 รูจะใหญ่ทุกเม็ด
- เชือกที่ร้อยส่วนใหญ่เป็นเชือกสีดำ  มีส่วนน้อยที่เป็นสายเอ็น(ร้อยใหม่)
 
บทความเพิ่มเติมวันที่ 22 ธันวาคม 2554
ผู้เขียนได้แก้ไข บทความในกระทู้นี้ใหม่  เพื่อจะได้ทราบข้อเท็จจริงดังนี้
--- เนื่องจากสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำที่ผู้เขียนพบมีอยู่ 2 สมัย  ด้วยกัน คือ
         1. สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำที่สมัย ในสมัย ร.4 เมื่อ พ.ศ.2407 - พ.ศ.2408 อธิษฐานจิตโดยสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี วัดระฆัง  สร้างโดยฝีมือช่างสิบหมู่
         2. สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำที่สมัย ในสมัย ร.6  เมื่อ พ.ศ.2463 สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี วัดระฆัง(ไม่ได้อธิษฐานจิต)  สร้างโดยฝีมือช่างสิบหมู่

--- พลังพุทธานุภาพของสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำที่สร้างสมัย ร.4 กับ สมัย ร.6 มีความแตกต่างกันหลายเรื่อง  ในครั้งแรกที่ผู้เขียนพบ  เหล็กไหลไพลดำที่สร้างสมัย ร.6 มีพลังความแรงมากจริง  แต่ก็ยังด้อยกว่าสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำสมเด็จโต อธิษฐาน  ดังนั้นจึงแนะนำให้เก็บแต่สร้อยประคำเหล็กไหลของปูโต  และไม่ได้แนะนำให้เก็บเหล็กไหลไพลดำที่สร้างสมัย ร.6

--- มีผู้ทรงฌานอยู่หลายกลุ่มรวมไปถึงไม่ทรงฌาน(พวกจับพลังวัตถุมงคลได้)  ต่างเก็บสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำที่สร้างสมัย ร.6 จากตลาด(เข้าใจผิดคิดว่าเป็นสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของสมเด็จโตฯ)  และมีบางท่านได้สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำที่อธิษฐานจิตโดยสมเด็จโตฯ วัดระฆังที่มีในตลาดกระจัดกระจายไม่มากนัก

--- ในครั้งแรก ผู้เขียนได้กล่าวถึงสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำที่สร้างในสมัย ร.6 เป็นของปลอม  ได้ถูกพระเบื้องบน...ตำหนิ...ว่าทำไม่ถึงกล่าวอย่างนั้น  ที่กล่าวเช่นนั้น  เพราะว่า
     "สร้อยประคำเหล็กไหลสมัยสมัย ร.6 หากมีคนกล่าวเป็นสร้อยประคำเหล็กไหลที่สร้างสมัย ร.4 ที่อธิษฐานจิตโดยสมเด็จโต ย่อมเป็นของปลอม"
     "หากกล่าวว่าเป็นสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ  ที่สร้างสมัย ร.6  สมเด็จโตฯ ไม่ได้อธิษฐานจิต เป็นของแท้"

--- สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ  ที่สร้างในสมัย ร.4 กับสมัย ร.6 ใครมีจำนวนมากกว่ากัน  จากการพบเห็นของผู้เขียน  ขอสรุปว่า "น่าจะ"
     ***สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำที่สร้างสมัย ร.4
           ถ้าสร้อยประคำเหล็กไหลฯสมัย ร.4 มี 90 เส้น
           สร้อยประคำเหล็กไหลฯสมัย ร.6 มี 30 เส้น
           และสร้อยประคำเหล็กไหลฯสมัย ร.5 ที่พบมีเพียง 1 เส้น และมีขนาดใหญ่พิเศษ

139. สร้อยประคำเหล็กไหลเก๊-ปลอม

  สร้อยประคำเหล็กไหลเก๊-ปลอม

รูปสร้อยประคำเก๊-ปลอม  นั้นผู้เขียนไม่ได้ถ่ายรูปเอาไว้  และก็ไม่อยากที่จะถ่ายเอามาให้ชมเพราะคนทำปลอม  จะแก้ไขต่างจากที่โชร์

เมื่อวันอังคารที่ 20 กันยายน 2554 มีญาติธรรมท่านหนึ่งชื่อคุณสุพจน์  ได้มาสนธนาขอให้ช่วยตรวจสอบว่าสร้อยประคำที่ได้มาเป็นของแท้ใช่สร้อยประคำ เหล็กไหลไพลดำของสมเ็ด็จโต วัดระฆังหรือไม่?

เส้นแรกที่หยิบมาให้ชม  เป็นเม็ดสร้อยประคำขนาดใหญ่ 3 หุนครึ่ง  ผู้เขียนมองแล้วไม่มีพลัง  อีกทั้งระหว่างที่คุณสุพจน์เดินเข้าใกล้ระยะประชิดตัว  ผู้เขียนเองก็ยังไม่สัมผัสถึงพลังอะไรพิเศษใดๆ

สิ่งที่พบสร้อยประคำเส้นดังกล่าว  ไม่มีภู่สีแดงห้อย   แต่มีเชือกสีแดง(เชือกภู่เก่า)อยู่ที่ยอดประคำยาวประมาณ 1 เซนติเมตร  เมื่อสอบถามทำให้ทราบว่ามาเดิมๆไม่ได้ตบแต่งใดๆ

ผู้เขียนได้อธิษฐานขอพระเมตตาจากพระเบื้องบน...สงเคราะห์...สรุปสร้อยประคำ เส้นดังกล่าว เป็นของปลอม  และไม่มีพลังพุทธานุภาพใดๆ (ไม่เคยผ่านพิธีอธิษฐาจิต)

ทีนี้คุณสุพจน์ขนออกมาจากกระเป๋าทั้งถุง  ผู้เขียนให้กำลังใจบอกว่า  ถ้าหากมีปนมาก็นับว่าโชคดี  ผู้เขียนมองและนำมาเรียงบนโต๊ะ  สิ่งที่พบคือสร้อยประคำเส้นเล็กขนาด 2 หุนครึ่ง  มีลักษณะภู่แดงถูกตัดออกเหลือความยาวของเชือกภู่ประมาณ 1 เซนติเมตรทุกๆเส้น  ประกอบด้วยเส้นเล็ก 10 เส้น  และรวมเส้นใหญ่อีก 5 เส้น  รวมทั้งหมด 15 เส้น  ผู้เขียนได้สอบถามพระเบื้องบน...ขอพระเมตตาสงเคราะห์อีกครั้งหนึ่ง  ผลสรุปเป็นสร้อยประคำเก๊ ปลอมทุกๆเส้น

สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ  ในสมัยแรกที่ออกมาผู้ครอบครองส่วนใหญ่  คาดหวังว่าจะมีคนสนใจและคิดว่าเป็นสร้อยประคำเหล็กไหล  แต่เก็บไว้ผ่านมาถึงปี 2536  พระกริ่งปวเรศ พิมพ์สมบูรณ์พูนสุขเนื้อทองคำปีนี้เป็นปีที่สร้างหล่อทำเก๊ปลอมเรียนแบบ ขึ้น  และสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำทั้งหมดได้ถูกการตบแต่งร้อยเชือกใหม่เป็นเส้น เอ็น คนทำไม่ใจดีอย่างเดียว  แต่ยังทำสร้อยประคำเหล็กไหลปลอมขึ้นมาในวาระนี้พร้อมๆกัน กาลเวลาผ่านมา 18 ปี  ผู้เขียนไปพบเข้าได้นำมาบอกกล่าวญาติธรรมผู้ทรงฌาณทั้งหลายเมื่อทราบต่าง ต้องการเพื่อครอบครองและค้นหา  ผลสรุปแต่ละท่านลงความเห็นว่าของดีแท้แน่นอน ตามรายละเอียดที่ผู้เขียนได้รับข้อมูลจากพระเมตตาสงเคราะห์จากพระเบื้องบน  ทำให้วงการสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำที่ค้างอยู่ในตลาดหลายสิบปี  ขายดิบขายดี  เมื่อของแท้  ตามลักษณะที่ผู้เขียนสั่งกว้านเก็บทั้งหมดจากตลาดหลักทั่วประเทศ  ทำให้ของเก๊-ปลอมที่ทำรอคอยอยู่ในอดีตได้ถูกนำออกมาพร้อมๆกัน  คนไม่ทราบต่างหยิบกลับบ้านด้วยความดีใจ  ซึ่งผู้เขียนได้กล่าวมาในกระทู้หลายครั้งแล้วว่า  ดูเหมือนแต่ไม่เหมือน  ของเก๊ ของปลอมทำมาจากแม่เหล็ก  ศึกษาแม่เหล็กลำโพงหรือแม่เหล็กกล่องใส่ดินสอครับ  หน้าตา สีแบบนั้นละใช่เลย แม่เหล็ก  ไม่ใช่เหล็กไหล  ส่วนรายละเอียดของเหล็กไหลดูอย่างไร  ต่างกันอย่างไร  ผู้เขียนไม่ขอกล่าวถึง  เพราะเด๊ยวจะพบของปลอมชุดใหม่  พูดได้สั้นๆครับว่า  เหมือนเกือบ 100%  แต่ไม่ใช่ของแท้  เฉพาะผู้เขียนได้พบสร้อยประคำทำเก๊-ปลอม เรียนแบบเกือบร้อยเส้น

สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ ที่อธิษฐานจิตโดยสมเด็จโตวัดระฆัง  มีการสร้าง 2 พ.ศ. รวม 6 ครั้ง
สร้างใน พ.ศ.2407 
- ครั้งแรก สร้อยประคำที่สร้างในครั้งนี้ จำนวนการสร้าง 32 เส้น
- ครั้งที่ 2  สร้อยประคำที่สร้างในครั้งนี้ จำนวนการสร้าง ... เส้น
- ครั้งที่ 3  สร้อยประคำที่สร้างในครั้งนี้ จำนวนการสร้าง ... เส้น

สร้างใน พ.ศ.2408
- ครั้งที่ 4  สร้อยประคำที่สร้างในครั้งนี้ จำนวนการสร้าง ... เส้น
- ครั้งที่ 5  สร้อยประคำที่สร้างในครั้งนี้ จำนวนการสร้าง ... เส้น
- ครั้งที่ 6  สร้อยประคำที่สร้างในครั้งนี้ จำนวนการสร้าง ... เส้น

สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของหลวงปู่โต  สร้าง พ.ศ. 2407 - พ.ศ.2408 รวมสร้าง 6 ครั้งมีจำนวนมากหลายร้อยเส้น  สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำส่วนหนึ่ง ได้อยู่ในมือของขุนนางระดับพระบรมวงศานุวงศ์และผู้มีส่วนร่วมในการสร้างเม็ด ประคำเหล็กไหลไพลดำในอดีต  สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของสมเด็จโตส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดได้รับการบรรจุกรุ ที่วัดพระแก้วฯ  เมื่อกรุวัดพระแก้วแตกในปี พ.ศ.2524 จึงทำให้สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำได้ถูกนำออกมา  มีจำนวนหนึ่งกระจัดกายจายอยู่ตามสถาานที่ต่างๆทั่วประเทศ(จำนวนเล็กน้อย)  ซึ่งไม่มีใครรู้จักและได้ถูกเก็บไว้จนลืม  จนกระทั่งกลุ่มผู้ทรงฌาณทั้งหลายต้องการครอบครอง  ทำให้ตลาดคึกคักขึ้นมาดังที่ทราบๆกัน

ในปีถัดมา พ.ศ.2409 มีการสร้างเม็ดเหล็กไหลที่ใช้บรรจุไว้ในฐานพระกริ่งฯ  และบรรจุไว้ในองค์พระสมเด็จ ฯลฯ

กล่าวสรุปได้ว่า ของดีของแท้มีพุทธคุณดังรายละเอียดต่างๆ ที่ผู้เขียนได้เขียนไว้ในกระทู้ก่อนหน้านี้  ใครได้ไว้ครอบครองเปรียบดังก่อให้มีอริยทรัพย์ 7 ประการ

      1. ศรัทธา เชื่อสิ่งที่ควรเชื่อ
      2. ศีล รักษากาย วาจา ให้เรียบร้อย
      3. หิริ ความละอายต่อบาปทุจริต
      4. โอตตัปปะ สะดุ้งกลัวต่อบาปทุจริต
      5. พาหุสัจจะ ความเป็นคนเคยได้ยินได้ฟังมาก คือ ความทรงจำธรรม
    และรู้ศิลปวิทยามาก
      6. จาคะ สละให้ปันสิ่งของ ๆ ตน แก่คนที่ควรให้ปัน
      7. ปัญญา รอบรู้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์แลไม่เป็นประโยชน์
      อริยทรัพย์ 7 ประการนี้ ดีกว่าทรัพย์ภายนอก เช่น เงินทอง เป็นต้น
    ควรแสวงหาไว้ให้มีในสันดานฯ

(ข้อมูลเรื่อง อริยทรัพย์จาก http://www.skn.ac.th/skl/project/budis79/main36.htm)

เพิ่มเติมข้อมูลบทความ วันที่ 11 ธันวาคม 2554
ในวันนี้ผู้เขียนได้พบในเว็ป  ประกาศให้เช่าประคำเหล็กไหลไพลดำ จากหลายๆที่  ซึ่งล้วนแต่เป็นบุคคลคนเดียวกันได้นำสร้อยประคำฯ ดังรูปมาให้เช่า  ซึ่งผู้เขียนพบว่าเป็นสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของปลอมจึงได้นำรูปมาให้ชมกัน ว่าสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของปลอมเก๊ มีลักษณะเช่นไร

139110 สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ ที่มีผู้อ้างให้เช่าในเว็ปหลายๆที่เป็นของ ปลอมมีลักษณะดังรูป  ลักษณะที่ปลอม คือ สมเด็จโต(วัดระฆัง) ไม่ได้ปลุกเสก ไม่มีพลังหรือมีพลังอ่อนๆก็ได้ และหากมองด้วยทิพยจักษุจะมองเห็นว่าไม่มีแสงฉัพพรรณรังสี(ของจริงจะต้องมี)  อีกทั้งหางของเชือกสีแดงเป็นเส้นคู่สองเส้น ลักษณะเชือกหางอย่างนี้เป็นจุดสังเกตุว่าเป็นของปลอม


139111 สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ ที่มีผู้อ้างให้เช่าในเว็ปหลายๆที่เป็นของ ปลอมมีลักษณะดังรูป  ลักษณะที่ปลอม คือ สมเด็จโต(วัดระฆัง) ไม่ได้ปลุกเสก ไม่มีพลังหรือมีพลังอ่อนๆก็ได้ และหากมองด้วยทิพยจักษุจะมองเห็นว่าไม่มีแสงฉัพพรรณรังสี(ของจริงจะต้องมี)  อีกทั้งหางของเชือกที่ร้อยไม่เป็นสีแดงและมีลักษณะเชือกหางอย่างนี้เป็นจุดสังเกตุว่าเป็นของปลอม

ผู้เขียนจึงได้เขียนเพิ่มเติมพร้อมทั้งนำรูปมาลงให้ทราบว่าสร้อยประคำฯ ลักษณะอย่างนี้ไม่ใช่สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำที่อธิษฐานจิตโดยสมเด็จโตวัด ระฆัง และไม่ใช่สร้อยประคำเหล็กไหลที่สร้างโดยฝีมือช่างสิบหมู่ในสมัยโบราณเมื่อ 100 กว่าปีที่ผ่านมา

วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2555

126. ประคำเหล็กไหล กับตำหนิที่เกิดจากการสร้าง

ประคำเหล็กไหล กับตำหนิที่เกิดจากการสร้าง

การหล่อพระเนื้อโลหะ  มีตำหนิเกิดขึ้นได้
แล้วทำไมการหล่อเม็ดประคำเหล็กไหล จะมีตำหนิบ้างไม่ได้  
เหล็กไหลไพลดำ มีตำหนิจากการสร้างในยุคโบราณ ที่ไม่ใช้การสร้างด้วยเทคโนโลยีสมัยปัจจุบัน
เม็ดประคำเหล็กไหลไพลดำ ที่สร้างเผยให้เห้นตำหนิ เห็นขี้ผึ้งหลงเหลืออยู่ในรูตำหนิ


ในเม็ดประคำเหล็กไหล ที่หล่อไม่สมบูรณ์เนื้อในจะเห็นขี้ผึ้งหลงเหลืออยู่ในรูตำหนิ  ผู้เขียนพบเห็นด้วยความบังเอิญ  จำนวน 1 เม็ด  จึงได้นำมาให้ศึกษา  และเม็ด(ลูก)ประคำที่ใช้หุ่นขี้ผึ้งหล่อมีลักษณะที่ไม่สมบูรณ์คือไม่กลมทั้งลูกดังภาพที่ 4 - ภาพที่ 7  หากเป็นลูกประคำปลอมจะใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่(ปัจจุบัน)จะทำได้สวยงาม
ลูกประคำเหล็กไหล ไพลดำ
เม็ดประคำเหล็กไหลไพลดำ
เหล็กไหลไพลดำ อีกมุมมองหนึ่ง
เหล็กไหลไพลดำ มองกันชัดๆ

หลังจากกระทู้ก่อนหน้านี้ทีผู้เขียนได้แนะนำสร้อยประคำเหล็กไหล ที่อธิฐานจิตโดยสมเด็จโต แห่งวัดระฆัง  ทำให้ตลาดสร้อยประคำ(เก๊) คึกคักยอดขายกระจัดกระจาย   การที่ผู้ใดจะได้ครอบครองจัดได้ว่าเป็นบุญบารมีของผู้นั้น  อย่าลืมวิธีการนำสร้อยประคำคล้องคอแล้วคุยกับผู้ขาย  สังเกตุว่ามีอาการอะไรเกิดขึ้นดังที่ผู้เขียนได้เคยกล่าวแนะนำไว้

ที่พิเศษไม่เหมือนใคร(สร้างและอธิฐานจิตได้) คือ ผู้ดูแลรักษาเจ้าของผู้ครอบครองสร้อยประคำเหล็กไหล
- พรหม 12 องค์ (สลับกันดูแลองค์ละ 1 เดือน)
- เทวดา 12 องค์ (สลับกันดูแลองค์ละ 1 เดือน)
- ฤาษีชั้นพรหม 3 องค์ (สลับกันดูแลองค์ละ 4 เดือนหรือต่อ 1 ฤดูกาล)
- พญานาคดูแล 110 องค์  พญานาคท่านเก่งเรื่องเกี่ยวกับน้ำ  หากเกี่ยวกับภัยพิบัติเรื่องน้ำมีท่านดูแลย่อมปลอดภัยหายห่วง

สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ นำมาร้อยใหม่ด้วยเส้นสลิงตกปลา
เหล็กไหลไพลดำ ของจริง คนเชื่อและศรัทธาเท่านั้นที่ได้ครอบครอบ
สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ
 
 สร้อยประคำเหล็กไพลดำสมเด็จโต วัดระฆัง สร้างโดยช่างสิบหมู่วังหน้า เมื่อปี พ.ศ.2407  สร้อยประคำมีสองขนาด คือ 9 มิลลิเมตรกับขนาด 10 มิลลิเมตร  เป็นประคำเหล็กไหลไพลดำประเภทคล้ายแม่เหล็กดูดติดกัน  ยกเว้นประคำเส้นเล็กลูกยอด(เม็ดเล็กสุด) เป็นชนิดเหล็กไหล(ไม่ดูดติดกัน)  และมีขนาดอื่นๆเพื่อร้อยประกอบความเหมาะสมของเส้นประคำ  ขนาดของลูกประคำจะมีขนาดที่ใกล้เคียงกันหลากหลายแม่พิมพ์(หุ่นเทียน)ที่ใช้ในการสร้างลูกประคำเหล็กไหลไพลดำขึ้นในอดีต

มุมแนะนำ บทความ สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ ที่อธิษฐานจิตสร้างโดยสมเด็จโต วัดระฆัง


ดาวน์โหลด  คู่มือ สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ ของ สมเด็จโต วัดระฆัง


มีวันหนึ่งขณะที่ร้อยเปลี่ยนสายสร้อยประคำเหล็กไหลที่ใช้ร้อยใหม่ด้วยสายเอ็นสลิงตกปลาเบอร์ 80  จิตคิดขึ้นมาว่า  วัตถุมงคลชั้นสูงเหล่านี้มีพุทธานุภาพไร้ขีดจำกัด  ในอดีตมีผู้รู้สืบเสาะแสวงหาซื้อขายกันราคาสูงมาก  จะตั้งราคาอย่างไรจึงจะเหมาะสมทั้งผู้ที่มีทรัพย์มากและมีงบน้อยจะทำอย่าง ไร  ฉุดคิดขึ้นมา...ได้ขอพระเบื้องบน...ขอได้เมตตาสงเคราะห์แนะนำว่าควรตั้งราคา บูชาเท่าไรดี?  ผู้เขียนได้ข้อสรุปเรื่องราคาเมื่อนำมาพิจารณาราคาวัตถุมงคลแต่ละชนิดแต่ละ อย่างล้วนแต่มีความสัมพันธิ์กันดีและราคาที่ตั้งสมเหตุผล ทุกประการ  ดังต่อไปนี้

     1. พระเครื่องหรือวัตถุมงคลชนิดใด  หากผู้ที่สนใจต้องการบูชา  ถ้าเคยมีส่วนร่วมในการสร้างพระเครื่องหรือวัตถุมงคลที่สนใจดังกล่าว...พระเบื้องบน แนะนำ  ไม่ต้องตั้งราคา  จะบูชา...ให้เจ้าของผู้เคยร่วมสร้างจ่ายค่าบูชาเท่าใดก็ได้  แล้วแต่ความศรัทธา

     2. พระเครื่องหรือวัตถุมงคลชนิดใด  หากผู้ที่สนใจต้องการบูชา  ถ้าไม่เคยมีส่วนร่วมในการสร้างพระเครื่องหรือวัตถุมงคลที่สนใจดังกล่าว...พระเบื้องบน แนะนำ ราคาขั้นต่ำที่จะต้องจ่ายบูชา  ห้ามจ่ายน้อยกว่า  แต่จ่ายมากกว่าได้
พระเบื้องบน...ได้แนะนำตั้งราคา

ให้บูชาประคำเหล็กไหลไพลดำเส้นเล็กขนาดประมาณ 2 หุนครึ่ง  เส้นละ 110,000 บาท 

ให้บูชาประคำเหล็กไหลไพลดำเส้นกลางขนาดประมาณ 3 หุน     เส้นละ 220,000 บาท 

ให้บูชาประคำเหล็กไหลไพลดำเส้นใหญ่ขนาดประมาณ 3 หุนครึ่ง เส้นละ 660,000 บาท  


สำหรับผู้มีงบน้อยบูชาเหล็กไหลไพลดำให้แยกเป็นลูกเพื่อบูชา  
ลูกขนาดเล็กขนาดประมาณ 2 หุนครึ่ง      ลูกละ 1,000 บาท
ลูกขนาดกลางขนาดประมาณ 3 หุน          ลูกละ 2,000 บาท 
ลูกขนาดกลางขนาดประมาณ 3 หุนครึ่ง    ลูกละ 6,000 บาท



หมายเหตุ
สร้อยประคำถ้าหากคล้องคอห้อยบูชา 1 ลูกมีพลังพุทธานุภาพเท่ากับสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำทั้งเส้น  แต่ไม่ช่วยเรื่องของ ศีล  สมาธิ  และปัญญา  ได้เท่ากับมีทั้งเส้น

สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของสมเด็จโต  ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ  ผู้มีจิตศรัทธาเชื่อมั่นในองค์หลวงปู่โต วัดระฆังเท่านั้นที่ได้รับการสงเคราะห์  (พระเบื้องบน)






พระสมเด็จ เนื้อเหล็กไหลสีปีกแมลงทับ ที่อธิฐาตจิตสร้างโดยสมเด็จโต วัดระฆัง

พระเบื้องบน แนะนำ ราคาขั้นต่ำที่จะต้องจ่ายบูชา  ห้ามจ่ายน้อยกว่า  แต่จ่ายมากกว่าได้
ให้บูชาพระสมเด็จ เนื้อเหล็กไหลสีปีกแมลงทับ     องค์ละ 550,000.00 บาท

38-1. สร้อยประคำ เหล็กไหลไพลดำ

สร้อยประคำ เหล็กไหลไพลดำ

ระเครื่อง - วัตถุมงคล สุดยอดหายากสุดๆ เป็นที่ปราถนาของกลุ่มคนผู้ชื่นชอบเหล็กไหล

ผู้ที่จะได้ครอบครองประกอบด้วย
     -   ผู้มีบุญบารมี
     -   ผู้มีส่วนร่วมเดิมในอดีตชาติที่เคยสร้างร่วมกับหลวงปู่โต(สมเด็จพุฒจารย์โต) พูดสั้นๆ สมบัติเจ้าของเดิม

รูปที่ 1 - 3  แสดงภาพ
สร้อยประคำเหล็กไหล 
สร้อยประคำเหล็กไหล ไพลดำ
ประคำเหล็กไหล ไพลดำ

     สร้อยประคำหน้าตาแบบนี้
     - ถ้าไม่มีลงรักปิดทอง  จะพบเห็นมีร้านฯขายกันทั่วไป  ซึ่งเป็นการเรียนแบบจากสร้อยประคำเหล็กไหลชนิดดูดติดแบบแม่เหล็กดังในรูป  ร้อยทั้งร้อยเก๊-ปลอมเรียนแบบ
     - ถ้าคล้ายในรูปนี้เกิน 95%  หากดูดีๆจะไม่เหมือนได้เพียงแค่คล้าย  จะเป็นหนึ่งหรือร้อยเส้นเก๊-ปลอมเรียนแบบ
     - ของแท้เดิมๆไม่ได้ร้อยด้วยเส้นเอ็น  อายุ 150 ปี  เชือกที่ร้อยขาดหมด  ปัจจุบันได้ถูกตบแต่งดังรูป ดังนั้นถ้าหากพบเส้นเอ็นเก่าๆและพู่สีแดงที่ห้อยไม่ได้แปลว่าสายเส้นเอ็นกับพู่สีแดงเป็นของแท้  เพราะของปลอมได้ทำปลอมมาเกือบยี่สิบปี

สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ

ผู้อธิฐานจิต: สมเด็จโต (วัดระฆัง)    วาระ : พ.ศ.2407  จำนวน 108 เม็ด + 2 เม็ด รวม 110 เม็ด

พลังพุทธคุณของสร้อยประคำเหล็กไหลในหนึ่งเส้น  62.5 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับพระสมเด็จ 4 เหลี่ยมชิ้นฝักทั่วๆไปที่อธิฐานโดยสมเด็จโต

รัศมีคุ้มครองภัยพิบัติ  32  กิโลเมตร  มากกว่าพระกริ่งปวเรศพิมพ์สมบูรณ์พูนสูข และ พระบรมสารีริกธาตุที่มีรัศมีคุ้มครองภัยพิบัติเพียง 10 กิโลเมตร


ผู้คุ้มครองดูแลประคำเหล็กไหลไพลดำ
- พรหม  12 องค์
- เทวดา 12 องค์
- ฤาษี      3 ตน
- พญานาค  110 องค์
พลังพุทธคุณด้านต่างๆ
1. ภัยพิบัติรัศมี 32 กิโลเมตร
2. เมตตามหานิยมขั้นสูงระดับสูง : ทำให้ทุกคนรัก 
3. ปัดเป่าอุปสัก : ขจัด ปัดเป่า อุปสรรค์ ปัญหาทั้งปวง
4. มหาอำนาจ : เมื่อจะทำอะไรที่ใด คนเกรงขาม มีตะบะเดชะมาก มีอำนาจดังราชสีห์ เดินป่าป้องกันสัตว์ร้าย  
5. ป้องกันภูมิผี ปีศาจ : ผีแม่นาคพระโขนง ใครไม่เคยได้ยินนับว่าตกยุคอย่างแรง  ภาพยนต์สร้างหลายต่อหลายครั้ง  ผู้ที่ปราบผีแม่นาคพระโขนงที่ทราบกันในวงกว้าง คือ สมเด็จโต (วัดระฆัง)  ดังนั้นจะพบวัตถุมงคลของสมเด็จโต ได้มีการอธิฐานจิตเรื่องป้องกันภูมิผี ปีศาจ
6. คุ้มภัย เสียดจัญไร : คุ้มภัย คุ้มเสียด จัญไร ป้องกันขับไล่สิ่งชั่วร้าย การกระทำย่ำยีต่างๆ คุณไสย กันคุณผี คุณคน7. ส่งเสริมปัญญาทั้งทางโลกทางธรรม :  ประกอบด้วยองค์ 8
..........1.
สัมมาทิฏฐิ ิคือความเข้าใจถูกต้อง
..........2.
สัมมาสังกัปปะ คือความใฝ่ใจถูกต้อง
..........3.
สัมมาวาจา คือการพูดจาถูกต้อง
..........4.
สัมมากัมมันตะ คือการกระทำถูกต้อง
..........5.
สัมมาอาชีวะ คือการดำรงชีพถูกต้อง
..........6.
สัมมาวายามะ คือความพากเพียรถูกต้อง
..........7.
สัมมาสติ คือการระลึกประจำใจถูกต้อง
..........8.
สัมมาสมาธิ คือการตั้งใจมั่นถูกต้อง

8.  แคล้วคลาด: เป็นวิชาที่เหนือกว่าวิชาคงกระพันและวิชาชาตรี  แม้มีคนมุ่งร้ายหมาย  จะทำอันตรายก็มิอาจจะทำอันตรายได้ เป็นแคล้วคลาดทุกครั้งไป คือไม่เจอ  ไม่โดน และไม่เจ็บ ถึงแม้จะสู้กันซึ่งหน้า ไม่ว่าจะเป็นยิงหรือฟันจะหลบเลี่ยงหลุดรอดได้ทุกครั้ง  โดยฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถทำอันตรายได้ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง
 9.  ป้องกันการถูกกระทำ และสนองกลับไปหาผู้กระทำ: 
10. มหาอุด :  เมื่อครั้งมีเหตุให้โดยปืนยิง  ที่จะยิงจะยิงไม่ออก  หรือในบางครั้งอาจจะทำให้ปืนแตกคามือของผู้ยิง  หากยิงออกก็ไม่โดน หากโดนก็ไม่เข้า  เป็นต้น

11. ทำ(น้ำหรืออากาศก็ได้)พุทธมนต์ : รักษา สิ่งอัปมงคล คุณไสยอวิชาลมเพลมพัด คุณผี คุณคน รักษาโรคภัยไข้เจ็บ โรคระบาด สะเดาะเคราะห์-หนุนดวง รักษาการสัมผัสโดนสารของนิวเคลียร์  อาวุธเคมี รักษาแก้พิษ       - โรคที่รักษาไม่ได้ โรคไต(ฟอกเลือดล้างไต) โรคเอดส์ โรคเวร โรคกรรม      - บ้านหรือที่ใดร้ายอยู่ยาก ให้อธิษฐานน้ำมนต์ฝังดินแก้ไขกลับร้ายเป็นดี  
12. เสน่ห์ขั้นสูงระดับสูง : ไปไหนนำติดตัวไปด้วยทำให้คนรักใคร่ ที่รักชอบแก่คนทั้งหลาย ใครไม่รู้จักก็มารู้จัก รักชอบเป็นมิตรสหาย  
13. คงกระพัน : หนังเหนียวไม่แตกง่าย มีดแทงไม่เข้า หรือมีบาดแผลน้อย ทนทานต่อศัสตราวุธ  แต่ยังมีความเจ็บปวดเกิดขึ้น
14. ชาตรี :  ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บเลย  ทำให้ของหนักต่างๆที่จะมากระทบตัวจะเบาไปหมด 
15. ปรับขัน 5การปรับร่างกา ยของคนเรา คือ แยกร่างกายออกเป็นส่วนๆ ตามสภาพได้ 5 ส่วน หรือ 5 ขันธ์ คือ  
     1. รูป ได้แก่ ส่วนที่ผสมกันของธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ เช่น ผม หนัง กระดูก โลหิต
     2. เวทนา ได้แก่ ระบบรับหรือรู้สึกสิ่งที่สัมผัสทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ
     3. สัญญา ได้แก่ จำสิ่งที่ได้รับและรู้สึกนั้นๆ
     4. สังขาร  ได้แก่ ระบบคิดปรุงแต่ง แยกแยะสิ่งที่รับรู้สึกและจำได้นั้นๆ
     5. วิญญาณ ได้แก่ ระบบรู้สิ่งนั้นๆ หลังจากแยกแยะแล้ว
16. ส่งเสริมดูดซับพลังงาน : ส่งเสริมให้ผู้สวมใส่  ดูดซับพลังงานจากวัตถุมงคลที่สวมใส่

สรุป พลังพุทธคุณ 16 ข้อ รวมแรง 62.5 เท่า  รวมกับรัศมีคุ้มครองภัยพิบัติที่ยังไม่เคยพบวัตถุใดมีรัศมีเทียบเท่า 32 กิโลเมตร  มีพุทธคุณช่วยให้ผู้ส่วนใส่เจริญในธรรมสูงยิ่งๆขึ้น  เหมือนมีเครื่องมาเตือนบอกเหตุ...  ผู้เขียนขอยกให้เป็นสุดยอดสายสร้อยประคำและวัตถุมงคล  ดังนั้นสมาชิกธรรมหลายๆท่านที่ได้ครอบครองไว้นับได้ว่ามีบุญวาสนาจริงๆ  มีเงินใช่จะหาซื้อได้  ขายไปก็ใช่จะหากลับมาได้อีกเช่นกัน 
   
ราคาเหล็กไหล ตั้งตัวเลขฮาๆ 

(บทความวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ.2554)
 ประสบการณ์จากผู้ครอบครอง สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ หลวงปู่โต วาระ พ.ศ.2407
     -  เมื่อได้มาใหม่ๆ  ผู้ครอบครองจะเหมือนอาการของร่างกายที่ถูกขับถ่ายของเสียออกมามีกลิ่นเหม็นมากกว่าปกติ  หรือ บางคนจะมีอาการปวดท้องต้องเข้าห้องน้ำกระทันหันจากที่ได้ครอบครองไม่ถึงครึ่งวัน
     - มีอาการมึนศรีษะเล็กน้อยประมาณ 1 - 3 วัน  แล้วแต่ภูมิบารมีเก่าของแต่ละคน
     - มีอาการหนังตาหนัก  คล้ายอยากจะหลับตา (หนังตาตึง)  เป็นสื่อจากสร้อยประคำเพื่อปรับขัน 5 เพื่อก่อให้เกิดความสมดุลย์
     - คนที่มีบารมีเก่ามากพอ  จะสัมผัสได้ถึงความเย็นและแสงสว่างของสร้อยประคำเหล็กไหลที่แผ่ออกมาให้กับผู้ครอบครอง ร่างกายได้รับการดูดซับพลังงานจากสร้อยประคำเหล็กไหล
     - ทำให้ใช้เวลาในการทำสมาธิสั้นลง  เข้าออกฌานได้ค่องตัวรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม
     - เดินเข้าใกล้วัตถุมงคลที่อธิฐานจิตโดยสมเด็จโต  จะรับสื่อพลังกันได้ง่ายดูดพลังเข้า เช่น มีพลังมาอัดเข้าที่หน้าอก 
     - ระหว่างคุยโทรศัพท์  ฝ่ายหนึ่งสวมใส่สร้อยประคำเหล็กไหล  กับอีกฝ่ายไม่ได้สวมใส่สร้อยประคำเหล็กไหล(ผู้ทรงฌาน)  จะสัมผัสได้ถึงพลังของสร้อยประำคำเหล็กไหลไปถึงฝ่ายตรงข้าม  ก่อให้เกิดอาการคล้ายกับมึนศรีษะเล็กน้อย   
     - สร้อยประคำเหล็กไหลนี้มีพุทธานุภาพที่แตกต่างจากพระเครื่องทั่วๆไป เช่น พระเครื่องความแรงของพุทธานภาพองค์ละ 10 แรง  เมื่อนำหนึ่งร้อยองค์มารวมกัน  ความแรงทั้งหมดที่ตรวจพบจะมีเพียง 10 แรง  ไม่มีการเพิ่ม  แต่สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของสมเด็จโตใน 1 เส้นมีความแรง 62.5 แรง  หากนำ 2 เส้นมารวมกันจะเพิ่มเป็น 125 เ่ท่า จึงแตกต่างจากพระเครื่องทั่วๆไปที่ความแรงคงที่  หากนำหลายๆเส้นมารวมกันความแรงของสร้อยประคำเหล็กไหลจะมีความแรงมากขึ้นทวีคูณตามจำนวนที่สวมใส่ห้อยคอ  ปกติคนที่เคยใส่อยู่หนึ่งเส้น  เมื่อนำหลายเส้นมาใส่พร้อมๆกัน  จะมีพลังพุทธานุภาพที่ได้อัดประจุไว้ในสร้อยประคำเหล็กไหล  ผู้สวมใส่(ผู้ทรงฌาน)จะรับรู้สัมผัสถึงบริเวณกลางศรีษะไปถึงด้านหลังศรีษะ(ท้ายทอย) เหมือนมีพลังแผ่พุงอยู่ตลอดเวลา
     - ฯลฯ

(บทความวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2554) 
     - ความแรงของสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ  มีความแรงมาก  ญาติธรรมหลายๆท่านที่มีไว้ครอบครอง  อย่าได้ทดสอบพุทธนุภาพที่มีในสร้อยประคำฯ  
     - ...ขณะที่ขออนุญาตเบื้องบนเพื่อทำการบันทึกพุทธานุภาพของสร้อยประำคำฯ...ยังโดนแรงสบัดจนตัวหมุน  ถ้าหากผู้ทดสอบหรือทดลองกระทำด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้องอาจจะได้รับบาดเจ็บ...ได้ง่ิาย  จึงขอให้ระวังในเรื่องนี้  
     - หากสงสัยว่าจะจริงหรือเท็จ  ผู้เขียนขอแนะนำ  ให้สอบถามว่าพุทธคุณและบทความที่ผู้เขียนนี้เป็นเรื่องจริงใช่หรือไม่  หรือ  สร้อยประคำฯที่มีอยู่มีพุทธคุณดั่งที่ผู้เขียนกล่าวหรือไม่  ลักษณะแบบนี้เป็นทางลัดไม่ต้องเสียเวลาสอบถามในเรื่องที่ผู้เขียนได้เขียนอธิบายไว้ในบทความให้ยืดยาวเสียเวลา

นำรูปมาโชร์เพิ่มเติม  เพื่อได้ศึกษา
รูปที่ 4 และ รูปที่ 5 เป็นสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ พ.ศ.2407 ที่สร้างและอธิฐานจิตโดย สมเด็จพุฒจารย์โต วัดระฆัง  ห้าเส้นนี้เป็นของแท้  แต่ถ้าไปเห็นคล้ายหรือเหมือนดังรูป  ผู้เขียนไม่ได้บอกว่าเป็นของแท้นะครับ  เพราะเมื่อก่อนหน้านี้  ผู้เขียนเองได้พบจำนวน 10 เส้น  คล้ายและเหมือนแต่ "ไม่ใช่"  เพราะได้มีการทำปลอมเก๊มานานเมื่อ 18 ปีที่ผ่านมา  ทำไมช่วงนี้ถึงมีประคำเหล็กไหลไพลดำ ของหลวงปู่โตออกมา  ก็คงเกิดจากถึงเวลาที่พระฯท่านให้มาโปรดฯ เนื่องจากผู้ครอบครองเดิมเก็บไว้นานเกินไป  หาคนซื้อไม่ได้  จากที่มั่นใจในช่วงแรกว่าเป็นเหล็กไหล  และได้ทำปลอมเรียนแบบไว้อีกมาก  เมื่อของอะไรอยู่นาน  ไม่มีใครสนใจ  จึงได้ทำการระบายออกจากกรุ...ที่แอบเก็บไว้ 

รูปที่ 6 และรูปที่ 7  
     - ผู้เขียนได้นำสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ พ.ศ.2407 ที่สร้างโดยหลวงปู่โต  จำนวน 4 เส้นที่ได้ก่อนหน้านี้มารวมกับ  สร้อยประคำเหล็กไหลฯ ที่ได้มาใหม่ในจำนวนอีก 5 เส้น  ประคำทั้ง 9 เส้นนี้ผู้เขียนได้ทำการใช้น้ำยาล้างจานล้างทำความสะอาดแล้วอย่างน้อยสองรอบ และ ณ เวลานี้สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของผู้เขียนได้ดูดมารวมอยู่ในครอบครองทั้งหมด 10 เส้น  คาดว่าคงได้รับความเมตตาดูดมาอีกมากกว่านี้
     - ในรูปจำนวน 4 เส้นจะเห็นว่าผู้เขียนได้เปลี่ยนสายร้อยเส้นเอ็นและพู่ที่ร้อยไว้เดิม  ด้วยการตัดออกแล้วร้อยใหม่  ใช้สายสลิงสำหรับตกปลาเบอร์ 80 (ซื้อในห้างฯแผนกตกปลา) สายสลิงรุ่นนี้มีอาบ(ชุบ)ด้วยยางใสๆ กันการขัดถู  อุปกรณ์การยึดทั้งหมดมีครบดังรูปสร้อยประคำฯ  ใช้วิธีการร้อยไปจนครบ 108 เม็ด  แล้วนำสายสลิงมาร้อยลูกที่ 109 กับ 110  เข้าในรูประคำฯพร้อมกันสองเส้น (ตัดลวดสลิงกะให้ความยาวเหมาะสม) แล้วใช้ตัวยึดที่ให้มาเป็นปลอกสวมแล้วนำปลายเส้นสลิงร้อยกลับให้เป็นห่วงวงกลม  และใช้ครีมตัดลวดกดบีบที่ปลอกแรงๆ เป็นอันเสร็จขั้นตอนการร้อย 

รูปที่ 8 - 9 แสดงให้เห็นสายสลิงตกปลาที่ร้อยเส้นประคำเหล็กไหลฯ  ถ้าหากไม่เปลี่ยนใช้สายเอ็นราคาถูกๆ ใช้ๆไปเกิดขาดขึ้นมา  มือที่สามที่มองไม่เห็นช่วยกันแย่งหยิบไปนับว่าเสียดาย  ดังนั้นทำทั้งทีต้องแข็งแรงทนทาน ไม่ขาดง่ายๆ อีกทั้งสลิงตกปลามั่นใจได้ในเรื่องการเกิดสนิม

วิธีง่ายๆ ในการตรวจสอบว่าใช่สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของหลวงปู่โต ใช่ หรือ ไม่ใช่
- นำมาค้องคอเอาไว้  ชวนคนขายคุยไปเลื่อยๆ ดูอาการที่เกิดขึ้นเมื่อสวมใส่ สักครึ่งชั่วโมงหรือน้อยกว่านี้  ถ้ามีอาการดังต่อไปนี้ให้เชื่อว่าใช่ประคำเหล็กไหลไพลดำของหลวงปู่โต คือ  
     *** ผู้สวมใส่มีอาการหนังตาบนหนักๆ  ตึงๆ  เหมือนกับต้องการหลับตามากกว่าลืมตา แสดงว่าโชคดี
     *** ผู้สวมใส่มีอาการมึนๆศรีษะเล็กน้อย  ไม่มาก  แสดงว่าโชคดี
     *** มีอาการแน่นหน้าอกหรือต้นคอก็ได้  แสดงว่าโชคดี

หมายเหตุ---อาการข้อหนึ่งข้อใด หรือเกิดทุกข้อย่อมเหมือนกัน   อยู่ที่จริตของแต่ละคน

     โชคดี แปลว่าอะไร  จะแปลว่าอะไรละครับท่าน  ได้พบของแท้นะซิ  ญาติธรรมท่านใดได้ครอบครองนับว่าโชคดี  มีบุญวาสนาเก่าหนุนส่ง  ต่อให้มีเงินร้อยล้านพันล้านบาท  ถ้าไม่มีบุญ...ไม่เชื่อยังไงก็ไม่มีบุญได้ของดีที่หลวงปู่โต (วัดระฆัง) สร้างเอาไว้ให้ลูกหลาน (มัวแต่ไปเชื่อเสี้ยนที่เขียนตำราและเซียนตามห้างฯ)
     ของแท้นั้นมีจำนวนจำกัด  ผู้เขียนเปรียบเทียบให้เห็นภาพ  นำพระสมเด็จฯที่อธิฐานโดยปู่โต นำมาแลกสักลังสองลังยังเทียบไม่ได้กับสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของหลวงปู่โตเพียงเส้นเดียว  ขอเป็นกำลังใจให้ญาติธรรมที่เสาะหาครับ

(บทความวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ.2554) 
นำรูป สายเอ็นเบอร์ 80 ที่ซื้อมาเปลี่ยนใส่สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ  และโชร์สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของหลวงปู่โต  ณ เวลานี้สร้อยประคำฯได้มีญาติธรรมสืบเสาะแสวงหาในตลาดกันมาก  ทำให้วงการค้า...กล่าวขวัญถึงพูดว่า "เป็นของที่มีคนต้องการมาก กำลังมาแรงเป็นอันดับหนึ่ง" ผู้เขียนจึงกล่าวไปว่า "มีที่โคราชกับผมนี่ละที่สั่งซื้อ...

สร้อยประคำฯได้มีการทำปลอม ทำล่วงหน้ามาเมื่อ 18 ปีที่ผ่านมา   คนที่สัมผัสอะไรไม่ได้เลย  ซื้อมาหามา  ส่วนใหญ่จะเป็นของเก๊ ปลอมทั้งหมด  เฉพาะผู้เขียนเอง  ได้พบปลอมหน้าตาคล้ายๆกันครั้งหนึ่งมีมากถึง 10 เส้น  หากญาติธรรมท่านใดได้พบโปรดตรวจสอบตามคำชี้แนะที่ผมได้กล่าวไว้ในบทความด้านบน คือ นำมาสวมห้อยคอ  แล้วชวนคนขายคุยไป  ถ้าไม่พบอาการอะไรเลย  ทำใจ 50 / 50 มีโอกาสทั้งใช่และไม่ใช่  แต่สำหรับท่านที่จับพระเครื่องหรือวัตถุมงคลแล้วมีอาการสัมผัสถึงพุทธคุณจะต้องมีอาการที่ผมได้กล่าวไว้ในบทความก่อนหน้านี้  ถ้าไม่มีรับมา  เก๊ปลอม 100%  





(บทความวันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2554)

จากครั้งก่อนที่เคยกล่าวไว้ว่าเคยพบสร้อยประคำปลอมเก๊เรียนแบบ  ดูแล้วคล้ายเหมือนมากเกิน 90% ขึ้นจำนวน 10 เส้น  ภายหลังยังพบกระจัดกระจายตามพื้นที่ต่างๆอีกพอสมควรครั้งละไม่เกิน 1 - 3 เส้น  วันนี้ไปสำรวจตลาดสร้อยประคำเหล็กไหล ได้พบสร้อยประคำเหล็กไหลปลอมมากที่สุดร้านฯหนึ่งมีถึง 51 เส้น  รวมพบจากที่อื่นรวมกัน วันนี้ได้พบสร้อยประคำเหล็กไหล ปลอม  ทำเรียนแบบเกือน 60 เส้น

ผู้เขียนคิดๆอยากจะซื้อมาเพื่อถ่ายรูปเป็น่ตัวอย่าง  แต่ต้องเปลี่ยนใจ  เพราะเมื่อเผยแผ่ไปได้ไม่กี่วัน  เดี๋ยวมือปลอมก็จะทำปลอมรูปแบบใหม่ขึ้นมาอีก  จึงไม่ได้ซื้อมา  ดังนั้นผู้ที่มีบุญศรัทธาเท่านั้นถึงจะได้ครอบครองสร้อยประคำเหล็กไหลของหลวงปู่โตวัดระฆัง 

คนที่โชคดีได้สร้อยประคำเหล็กไหลของหลวงปู่โตของแท้มาครอบครอง  ที่จะต้องทำ คือ ให้นำสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำไปให้พระอริยเจ้าระดับพระอรหันต์เดินดินช่วยสงเคราะห์อธิษฐานขอพระเบื้องบน...ขอเป็นผู้ครอบครองสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำเส้นดังกล่าวจึงจะได้สงเคราะห์ในด้านต่างๆเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้เข้าสู่พระนิพพาน(สมบูรณ์)  หากผู้ที่มีบารมีต่ำกว่านี้จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับพรจากพระเบื้องบนถึงจะอธิษฐานทำให้ได้  (พระเบื้องบนชี้แนะ) บุคคลนอกจากนี้ไม่ว่าจะเป็นระดับใดทำให้ไม่ได้
(บทความวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2554)

ภาพอาจารย์ พ.สุรเตโช กราบฯหลวงปู่หงษ์และพร้อมมอบสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำฯ ให้กับหลวงปู่หงษ์เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ.2554


4110 สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ ที่มีผู้อ้างให้เช่าในเว็ปหลายๆที่เป็นของ ปลอมมีลักษณะดังรูป  ลักษณะที่ปลอม คือ สมเด็จโต(วัดระฆัง) ไม่ได้ปลุกเสก ไม่มีพลังหรือมีพลังอ่อนๆก็ได้ และหากมองด้วยทิพยจักษุจะมองเห็นว่าไม่มีแสงฉัพพรรณรังสี(ของจริงจะต้องมี)  อีกทั้งหางของเชือกสีแดงเป็นเส้นคู่สองเส้นใหญ่ๆ ลักษณะเชือกหางอย่างนี้เป็นจุดสังเกตุว่าเป็นสร้อยประคำที่ สมเด็จโต ไม่ได้อธิษฐานจิตปลุกเสก



4111 สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ ที่ผู้เขียนพบเห็นในเว็ปและตามแผงพระ...หลายๆที่เป็นสร้อยประคำที่ สมเด็จโต ไม่ได้อธิษฐานจิตปลุกเสก   ในเบื้องต้นให้สังเกตุจากรูปว่าของแท้มีลักษณะอย่างนี้  แต่ในอนาคต  ผู้เขียนไม่ได้รับประกันว่า  จะไม่มีคนทำเรียนแบบ  ดังนั้นผู้ที่สนใจไม่ว่าจะได้มาด้วยวิธีใดๆ ข้อสำคัญ คือ จะทราบได้อย่างไรว่าเป็นของแท้ "ดูด้วยตาในเท่านั้น" " ขอพ่อแม่ครูบาอาจารย์หรือพระเกจิฯท่านเมตตาสงเคราะห์"
 
ผู้เขียนจึงได้เขียนเพิ่มเติมพร้อมทั้งนำรูปมาลงให้ทราบว่าสร้อยประคำฯ ลักษณะอย่างนี้เป็นสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำที่อธิษฐานจิตโดยสมเด็จโตวัด ระฆัง และเป็นสร้อยประคำเหล็กไหลที่สร้างโดยฝีมือช่างสิบหมู่ในสมัยโบราณเมื่อ 100 กว่าปีที่ผ่านมา